|


ห้องรวม
ชมรมพ่อแม่
งาน
ความงาม
เปิดท้ายขายของ

เกมของเรา
รวมเกมให้เล่น

IQ
Test
E-
card
มุมสัตว์เลี้ยง
E-
for Fun
นักประดิษฐ์
นักทดลอง
นักสะสม
นักเขียน
เข้าครัว
เทศกาล
นิทานออนไลน์
นิทานเริงใจ

คุณแม่ตั้งครรภ์
ดูแลลูก
เล่นกับลูก
พัฒนาการเด็ก
เข้าใจวัยรุ่น
ปรึกษาคุณหมอ
Gifted
Child
มุมสบายของคุณแม่
ชื่ออะไรดี??
รวมลิ้งค์



|
|

นอกจากในขณะตั้งครรภ์คุณจะต้องได้รับการตรวจร่างกาย เป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว
ยังมีการตรวจอีกปรระเภทหนึ่ง ที่เป็นไปเพื่อการหาความผิดปกติในเด็กทารก โดยเฉพาะความผิดปกติทางสมอง
และการตรวจหาความเสี่ยงของการแท้ง การตรวจสอบในลักษณะพิเศษ ที่เป็นที่รู้จักและใช้ในทางการแพทย์มี
3 วิธีคือ 1. การตรวจหาโปรตีนในเลือด ใช้ตรวจหาข้อบกพร่องที่เกี่ยวกับระบบประสาท
และความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ฃึ่งจะมีผลต่อการเกิดความพิการทางสมอง หรือโรคปัญญาอ่อน
อย่างไรก็ตาม การตรวจโดยวิธีนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดเท่าใดนัก โอกาสผิดพลาดของการวินิจฉัยยังคงมีอยู่
ดังนั้นถ้าการตรวจหาโปรตีนในเลือด โดยวิธีนี้มีแนวโน้มว่าทารกมีโอกาสที่จะมีความบกพร่อง
ทางระบบประสาทสูง คุณอาจจะต้องได้รับการนัดหมายให้มาตรวจโดยวิธีการตรวจน้ำคร่ำอีกครั้ง
2. การตรวจน้ำคร่ำ น้ำคร่ำเป็นของเหลวที่หล่อเลี้ยงทารกอยู่ในมดลูก การตรวจสอบโดยวิธีนี้จะสามารถทำได้เมื่อมีอายุครรภ์
16ถึง17สัปดาห์โดยสามารถตรวจสอบหาโรคปัญญาอ่อน และตรวจหาความพิการที่ติดมาทางพันธุกรรม
ในการตรวจ แพทย์จะใช้เข็มแทงผ่านเข้าทางหน้าท้องไปยังมดลูก เพื่อดูดเอาตัวอย่างของน้ำคร่ำมาตรวจ
ถึงแม้ว่าเข็มที่เจาะจะดูเหมือนเข้าไปใกล้ตัวทารกมาก แต่ทารกก็จะสามารถเคลื่อนที่ออกห่างจากเข็มเองได้ตามสัญชาติญาณ
การตรวจจะสามารถทราบผลได้ใน4สัปดาห์หรือมากกว่านั้น โอกาสความเสี่ยงของการตรวจโดยวิธีนี้ที่จะมีผลต่อการแท้งมีเพียง
1 เปอเซ็นต์ และมีเพียง 2 เปอเซ็นต์ที่จะส่งผลให้เด็กที่เกิดมามีปัญหาต่อระบบการหายใจ
และโอกาสที่ผลการตรวจครั้งแรกจะล้มเหลวและไม่สามารถระบุผลได้มีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
โดยสรุปแล้วถือว่าการตรวจโดยวิธีนี้มีประสิทธิภาพที่น่าพอใจ
3. วิธีสุดท้ายคือการตรวจหาโรคปัญญาอ่อน หรือความผิดปกติที่มาจากสารพันธุกรรม
หรือโครโมโซมโดยการตรวจหาจากเนื้อเยื่อชั้นนอกที่อยู่ติดกับตัวอ่อน
เนื้อเยื่อส่วนนี้จะสามารถพัฒนาต่อไปเป็นรก และเป็นเนื้อเยื่อที่เกิดจาเซลล์ส่วนเดียวกับเนื้อเยื่อที่ใช้ปฏิสนธิทารก
ดังนั้นเนื้อเยื่อดังกล่าวจึงสามารถให้ข้อมูลและร่องรอยที่เกี่ยวกับทารกได้
แพทย์จะใช้เข็มสอดผ่านเข้าทางช่องคลอด และดูดเอาเนื้อเยื่อของเซลล์ ส่วนดังกล่าว
มาทำการตรวจสอบ โดยกล้องจุลทรรศน์

|
|