|
||||||||||
|
|
การเตรียมตัวสำหรับการคลอดเสียแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะการเตรียมตัว ตั้งแต่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่ทุกคน เพราะจะได้มีเวลาเตรียมตัวนานๆ การออกกำลังกายในท่าที่แนะนำ ด้านล่างนี้จะเป็นการเตรียมการคลอดที่ดีมากค่ะเพราะจะทำให้รู้ สึก สบายตัว และท่าดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้กับการคลอดจริงได้ด้วย ท่าดังกล่าวจะเป็นท่าที่สามารถกระตุ้นให้ทารกวางตัวอยู่ในตำแหน่งที่ เหมาะสม ศีรษะของทารกจะเคลื่อนมาอยู่บริเวณปลายอุ้งเชิงกราน รอพร้อมที่จะคลอดออกมาได้ง่ายขึ้น ในช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ สิ่งที่ สำคัญมากสำหรับคุณแม่ก็คือการเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับ การให้กำเนิดลูกน้อย สร้างความผ่อนคลายให้เกิดขึ้นมากที่สุด ใช้เวลา ที่เหลืออยู่กับการออกกำลังกายให้มากที่สุดกับท่าที่เคยแนะนำไปก่อนหน้านี้แล้ว การคลอดจะเริ่มเมื่อครรภ์ครบกำหนด และทารกก็พร้อมที่จะลืมตาออก มาดูโลกแล้วเช่นกัน การคลอดจะเกิดในช่วงไหนก็ได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่37ถึง43 แต่โดยเฉลี่ยแล้วครรภ์จะมีอายุประมาณ40ถึง41สัปดาห์ โดยจะมีอาการ ปวดท้องเตือนก่อน นั่นก็คือมีการบีบตัวของมดลูกเบาๆเกิดขึ้นซึ่งจะมีอยู่ หลายชั่งโมง หรือบางรายก็อาจจะปวดข้ามคืนเลยก็ได้ และจะหยุดไป เหมือนเป็นสัญญาณว่าการคลอดจริงจะเกิดในไม่ช้านี้แล้ว และเราควร เตรียมตัวได้แล้วด้วย ในช่วงนี้ขอแนะนำให้คุณแม่เริ่มฝึกการหายใจได ้เลยนะคะ เพราะจะได้ฝึกกับการปวดท้องเตือนก่อนที่จะไปคลอดจริงๆ ท่าออกกำลังกายต่อไปนี้จะช่วยให้เราได้ฝึกการกำหนดลมหายใจให้ถูก วิธีในการคลอดจริง ทำให้เราได้สร้งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพื้นดิน ได้ผ่อนคลายร่างกาย ความเครียด สามารถจัดการกับความเจ็บปวด ในการคลอดได้ และสามารถฝึกการสร้างกำลังในช่วงการบีบตัวของ มดลูกแต่ละครั้งด้วยค่ะ ท่าตั้งเป็นท่าที่เหมาะสมที่สุดในการคลอด การคลอดในปัจจุบันส่วนใหญ่จะ เป็นการคลอดที่จะให้คุณแม่นอนอยู่ที่เตียงในท่านอนหงาย แต่เราพบว่าจริงๆ แล้วการนอนคลอดในลักษณะนั้นเป็นการคลอดที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แต่การคลอดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าก็คือการได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระซึ่งจะ ส่งผลดีต่อแม่และ ทารกอย่างมาก เพราะเป็นท่าที่สบาย ลดความเจ็บปวด ทำให้คุณแม่สามารถควบคุมอาการปวดที่เกิดจากการบีบตัวของมดลูกได้ และทำให้การบีบตัวของมดลูกมีประสิทธิภาพมากขึ้น เลือดจะสามารถไป เลี้ยงทารกได้สะดวกขึ้น ลดการเสี่ยงต่อการขาดเลือดของทารก และยังทำ ให้ทารกเคลื่อนตัวผ่านเชิงกรานได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะพื้นที่ของเชิงกรานจะ กว้างมากกว่าถ้าเราอยู่ในท่าตั้ง แรงโน้มถ่วงที่กดลงมาจะทำให้การคลอด ง่ายขึ้นค่ะ การฝึกการหายใจในขณะที่มดลูกเริ่มบีบตัว เมื่อมีการบีบตัวของ มดลูกเกิดขึ้นแล้ว คุณแม่จะต้องตั้งสติให้ดี อย่าตกใจหรือตื่นเต้นกับอาการ ดังกล่าว ให้หายใจเข้าและออกให้เป็นจังหวะโดยหายใจเข้าทางจมูกและ หายใจออกทางปาก ขณะที่หายใจออกให้ปล่อยลมหายใจออกมาพร้อมกับ เสียง เหมือนกับเสียงคนถอนหายใจด้วยค่ะ เพราะเราพบว่าการออกเสียง ในขณะที่หายใจออกมาด้วยนั้นจะสามารถช่วยลดความเจ็บปวดได้มาก ให้คุณแม่ฝึกการหายใจเข้าและออกแบบนี้สัก 5 รอบนะคะ ดังที่ได้กล่าว ไปข้างต้นแล้วว่าในขณะที่มีการบีบตัวของมดลูกนั้น การเคลื่อนไหวในท่า ต่างๆจะสามารถลดอาการเจ็บปวดและทำให้การ บีบตัวของมดลูก มีประสิทธิภาพมาก ขึ้นด้วย ทีนี้เราก็มาดูกันว่ามีท่าไหนบ้าง ที่จะสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้บ้าง ท่าแรกคือท่ายืน เริ่มต้นโดยการยืนแยกขาเล็กน้อย และจับพนักเก้าอี้ไว้ หลังจากนั้นให้งอเข่าเล็กน้อย และหมุนสะโพกไปมาเป็นวงกลมหรือ จะส่ายไปมาทางซ้ายขวาก็ได้ในขณะที่ทำอยู่นั้นก็ให้หายใจเข้าออก ให้เป็นจังหวะตามแบบที่แนะนำไปแล้วด้วยนะคะ ท่าที่สองคือท่าคุกเข่า โดยให้คุกเข่าลงกับพื้น และมือทั้งสองข้างเท้าเอวไว้ แล้วจึงโดยสะโพก เป็นวงกลมหรือจะโยกไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ค่ะ ท่านี้สามารถใช้ใน เวลาที่คลอดในสระน้ำก็ได้ค่ะ ท่าต่อมาคือท่าคลาน ท่นี้จะเป็นท่าที่ปลอดภัย มากเพราะทั้งหัวเข่าและมือจะพยุงตัวเราไว้ได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่มดลูก บีบตัวมากขึ้นและถี่ขึ้น ท่นี้ก็จะช่วยให้เราสามารถควบคุมอาการปวดได้ดี และยังลดอาการปวดหลังด้วยค่ะ |
|
||||||||
|
||||||||||
|
HOME
| NEWS | FUN
| GAMES | PARENTING
| SHOPPING | ADVERTISE เว็บไซต์ www.kidsquare.com
ของบริษัท คิดส์สแควร์ จำกัด |