|
||||||||||
|
|
ตามปกติ สตรีจะตั้งครรภ์ภายหลังจากที่เชื้ออสุจิจากผู้ชายเข้าไปผสม และรวมตัวกับไข่ที่สร้างจากรังไข่ของสตรีนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวจะ เกิดขึ้นภายในท่อนำไข่ หลังจากนั้น ไข่ที่ถูกผสมแล้วจะเดินทางเข้าไป ฝังตัวภายในเยื่อบุโพรงมดลูก และเจริญเติบโตกลายเป็นทารกในที่สุด นั่นคือเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากไข่ที่ผสมแล้วไปฝังตัวที่อื่นที่ไม่ใช่เยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งจะพบว่า สตรีประมาณ 1 ใน 100 ที่มีการตั้งครรภ์โดยที่ไข่ที่ถูกผสมแล้วไปฝังตัวอยู่ที่อื่นไม่ใช่ที่เยื่อบุ โพรงมดลูกและที่พบบ่อยที่สุดคือ ท่อนำไข่ หรืออาจเกิดที่ตำแหน่งอื่นๆได้อีก เช่น ที่รังไข่ ภายในช่องท้อง ซึ่งเราเรียกว่า "การตั้งครรภ์นอกมดลูก" หรือที่ชาวบ้าน เรียกกันว่า "ท้องนอกมดลูก " ไข่ถูกผสมแล้วไปฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อน ภายในท่อนำไข่ นั้นไม่มีทางเป็นไปได้ ที่ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตจนกระทั่งถึงระยะที่เป็นทารกที่ครบกำหนดได้ ส่วนมากมักจะแท้งหรือหลุดเข้าไปในช่องท้อง บางรายตัวอ่อนก็จะเจริญเติบโตดันท่อนำไข่จนแตกออก ทำให้มีเลือดออกในช่องท้อง ผู้เป็นแม่จะมีอาการ ปวดท้องตำแหน่งที่ปวดอยู่ที่ท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งหรือปวดทั่วๆไป ปวดบริเวณหัวไหล่ จากการที่มีเลือดออกในช่องท้อง ซึ่งเกิดจากการแตกของท่อนำไข่ แล้วเลือดไหลไประคายเคืองบริเวณกระบังลม เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด จะออกมากออกน้อย หรือประปริบกระปรอย ไม่กี่วันหรือเป็นสัปดาห์ก็ได้ ถ้ามีอาการปวดท้อง หรือเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดเมื่อใด คุณแม่อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ได้ค่ะ แพทย์จะทำการรักษาโดยการผ่าตัดโดยด่วนค่ะ สำหรับสาเหตุของการตั้งครรภ์นอกมดลูกไม่ทราบแน่ชัดแต่จะพบได้บ่อยในสตรีอายุ 20-29 ปี ปัจจัยที่เกิด เช่น การติดเชื้อ จากการอักเสบหรือการติดเชื้อของท่อนำไข่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการท้องนอกมดลูก ท่อนำไข่ที่แคบลง เนื้องอก หรือเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ผิดที่ คนที่เคยท้องนอกมดลูกก็สามารถมีสิทธิ์ตั้งครรภ์ได้ตามปกติ แต่อาจจะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกซ้ำกว่าสตรีทั่วไปเล็กน้อยค่ะ ถ้าจะตั้งครรภ์ใหม่ควรจะปรึกษาแพทย์ และฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวค่ะ |
|
||||||||
|
||||||||||
|
HOME
| NEWS | FUN
| GAMES | PARENTING
| SHOPPING | ADVERTISE เว็บไซต์ www.kidsquare.com
ของบริษัท คิดส์สแควร์ จำกัด |