บทความทั้งหมดสายใยครอบครัว · อ่าน 6 นาที

ลูกไม่ได้ฟังที่เราสอน แต่ดูที่เราทำ

เด็กลอกสิ่งที่เราทำ ก่อนจะเข้าใจสิ่งที่เราพูดได้เสียอีก รวมถึงสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจสอนด้วย บทความนี้บอกว่าลูกลอกอะไรก่อน และนิสัยเดียวที่สำคัญกว่าการทำถูก

พ่อแม่ทุกคนเคยพูดประโยคทำนองว่า 'อย่าพูดกับแม่ด้วยน้ำเสียงแบบนี้' — ด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเป๊ะ ๆ ค่ะ นั่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเพราะคำสั่งสอนต้องผ่านสมองส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จ ในขณะที่พฤติกรรมวิ่งตรงเข้าสมองส่วนที่ทำงานมาตั้งแต่วันแรกที่ลูกเกิด

เด็กเรียนรู้ด้วยการดูก่อนที่จะเรียนรู้ด้วยการฟัง และเขาแยกไม่ออกว่าส่วนไหนของเราตั้งใจจะสอน เขาจึงลอกทั้งบทเรียนและเศษที่เหลือไปด้วยความตั้งใจเท่า ๆ กัน

สามอย่างที่ลูกลอกก่อนเสมอ

  • วิธีที่เราปฏิบัติกับคนที่ให้ประโยชน์อะไรเราไม่ได้ — พนักงานเสิร์ฟ ยาม คนปลายสาย เด็กเรียนรู้ว่า 'คนมีค่าแค่ไหน' จากวิธีที่เราพูดกับคนที่ช่วยอะไรเราไม่ได้
  • คำที่เราพูดกับตัวเองตอนทำอะไรพลาด คำว่า 'โง่จริง ๆ เลยเรา' ตอนทำน้ำหก คือการสอนกฎเรื่องความผิดพลาด แล้วอีกหกปีต่อมากฎข้อนั้นจะถูกเอามาใช้กับการบ้านเลข
  • สิ่งที่มือเราคว้าเวลาเบื่อหรือหงุดหงิด ถ้าคำตอบคือมือถือ นั่นคือวิธีรับมืออารมณ์ที่ลูกกำลังเรียน ไม่ใช่สิ่งที่เราเทศน์เรื่องเวลาหน้าจอ

กับดัก: การแสดงความสมบูรณ์แบบ

ทางออกที่ดูเหมือนถูกต้องคือทำตัวไร้ที่ติต่อหน้าลูก แต่มันย้อนกลับมาทำร้ายค่ะ เด็กที่ไม่เคยเห็นผู้ใหญ่ลำบาก ทำผิด หรือหงุดหงิดเลย จะสรุปว่าความลำบากเป็นเรื่องต้องปิดบัง แล้ววันที่เขาเจอเอง เขาก็จะปิดบังจากเรา

สิ่งที่ลูกต้องเห็นจริง ๆ ไม่ใช่พ่อแม่ที่ไม่เคยล้ม แต่เป็นพ่อแม่ที่ล้มแล้วซ่อมให้ดู โดยพูดออกมาดัง ๆ

'ซ่อมให้ดู' — นิสัยเดียวที่คุ้มที่สุด

การซ่อมตรงที่ลูกได้ยิน เปลี่ยนช่วงเวลาที่แย่ที่สุดของเรา ให้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดในสัปดาห์นั้น มีสามส่วน และไม่มีส่วนไหนเป็นข้อแก้ตัว

  • เรียกชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรง ๆ 'เมื่อกี้แม่ตะโกน เสียงดังเกินไป' ไม่มีคำว่า 'แต่หนูก็...' เพราะคำว่า 'แต่' ลบทุกอย่างที่อยู่ข้างหน้ามันทิ้ง
  • บอกว่าคราวหน้าจะทำอะไรแทน 'ครั้งหน้าถ้าแม่รู้สึกร้อนแบบนี้ แม่จะไปยืนในครัวสักหนึ่งนาทีก่อน'
  • แล้วทำให้ได้จริงสักครั้งตรงที่ลูกเห็น การซ่อมที่ทำได้จริงหนึ่งครั้ง มีค่ากว่าคำสัญญาห้าสิบครั้ง
การขอโทษลูกไม่ได้ทำให้เราเสียความน่าเชื่อถือ แต่เป็นการให้ลูกเห็นว่าผู้ใหญ่ที่น่าเชื่อถือทำตัวยังไงตอนที่ตัวเองผิด

ประโยคที่ใช้ได้จริง

  • แทนที่จะบอกว่า 'มีมารยาทหน่อย' — ให้ลูกได้ยินเราขอบคุณพี่ไรเดอร์โดยเรียกชื่อเขา
  • แทนที่จะบอกว่า 'อย่ายอมแพ้สิ' — ให้พูดออกมาดัง ๆ ว่า 'ตรงนี้แม่ทำไม่ค่อยได้เลย เดี๋ยวแม่ลองอีกวิธีนึงนะ'
  • แทนที่จะบอกว่า 'วางมือถือได้แล้ว' — เอาของเราเก็บใส่ลิ้นชักตอนกินข้าว แล้วบอกเหตุผลว่าทำไมถึงเก็บ
  • แทนที่จะบอกว่า 'อย่าโกรธสิ' — เล่าของตัวเองให้ฟัง 'ตอนนี้แม่โกรธ แม่จะหายใจก่อน แล้วค่อยคุย'

ถ้าเผลอเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีไปแล้ว

พ่อแม่แทบทุกคนที่อ่านอยู่ตอนนี้มีภาพเหตุการณ์หนึ่งอยู่ในใจ และมันยังไม่สายค่ะ ไม่ว่าลูกจะสี่ขวบหรือสิบสี่ เด็กจะปรับภาพของคนคนหนึ่งใหม่เรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ยังรู้จักกันอยู่ สิ่งที่ปิดประตูไม่ใช่วันที่แย่ แต่คือวันที่แย่ที่ไม่มีใครย้อนกลับมาพูดถึงมันอีกเลย

คืนนี้ย้อนกลับไปได้เลยค่ะ 'จำที่แม่พูดกับหนูอาทิตย์ที่แล้วได้ไหม แม่คิดเรื่องนี้อยู่นะ ตอนนั้นแม่ผิดเอง' แค่นี้แหละค่ะคือเทคนิคทั้งหมด

บทความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือจิตวิทยา หากคุณกังวลเรื่องความโกรธ อารมณ์ หรือความปลอดภัยในบ้านของตัวเอง โปรดปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่มีใบประกอบวิชาชีพ — การขอความช่วยเหลือนั่นแหละคือตัวอย่างที่เราอยากให้ลูกเห็น

🌳 หรือทำที่บ้าน ไม่ต้องใช้จอ

หนึ่งการซ่อม ก่อนนอนคืนนี้

เลือกเรื่องเดียวจากสัปดาห์นี้ที่เราทำแล้วไม่ค่อยพอใจตัวเอง แล้วพูดกับลูกสามประโยค: เกิดอะไรขึ้น ครั้งหน้าจะทำอะไรแทน และไม่ต้องมีคำว่า 'แต่'

เติบโตทางความคิดไปด้วยกัน

ทดลองใช้ฟรี

บทความทั้งหมด

Community Voice

ช่วยกันออกแบบ Kidsquare

อยากให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมช่วยกันออกแบบกิจกรรมใน Kidsquare เลยเปิดพื้นที่นี้ให้แสดงความคิดได้ ทีมงานจะนำไปพิจารณา เพื่อพัฒนาเกมให้ถูกใจพวกเราต่อไป

ลงชื่อไว้ก่อน — หากไอเดียของคุณถูกคัดเลือกไปพัฒนา คุณจะได้รับ Badge “Exclusive” เฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้น

บันทึกในเครื่องนี้ ไม่ต้องล็อกอิน ไม่เก็บรหัสผ่าน